จงรักถกตร.คุมบึ้มพันธมิตรฯ คาดยิงเอ็ม79มาจากภายนอก
“จงรัก”เรียกประชุม”ตำรวจคุมเข้มเหตุระเบิด”พันธมิตรฯ”ในทำเนียบ ระบุ มีการยิงเอ็ม 79 มาจากภายนอก แต่ไม่ชี้ชัดในรายละเอียด เพราะเข้าที่เกิดเหตุไม่ได้ กำชับทุกฝ่ายตรวจเข้มพื้นที่ กทม. ผวาเหตุบึ้มซ้ำ
(20พ.ย.) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ในฐานะกำกับดูแลกองบัญชาการตำ รวจนครบาล เรียกประชุมนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ผู้บังคับการ (ผบก.) และรองผู้บังคับการ (รองผบก.) ที่เกี่ยวข้องและมีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านการสืบสวนสอบสวน งานด้านความมั่นคง การดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.และการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวต่างๆ
โดยพล.ต.อ.จงรัก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีให้ได้มากที่สุดพร้อมคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็วและกำชับให้ทุกฝ่ายเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่จุดล่อแหลมและหน่วยงานราชการสำคัญให้มากขึ้น ภายหลังกระแสข่าวอย่างต่อเนื่องว่าจะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอีกหลายจุดใน กทม.หลังจากเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯที่ผ่านมา
ทั้งนี้ที่ประชุมได้ประมวลเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดในทำเนียบรัฐบาลเปรียบเทียบวิถีการเกิดระเบิดและวีถีการยิง ลักษณะชนิดของระเบิดอย่างละเอียด โดยนำผู้เชี่ยวชาญด้านชนิดของระเบิดจากกองพลาธิการบช.น.เข้าชี้แจงด้วยพบว่าเป็นระเบิดเอ็ม 79 ซึ่งคนร้ายลอบขว้างเข้าไปจากด้านนอกและเกิดระเบิดจำนวน 1 ลูกตกใกล้เวทีปราศรัยประมาณ 20 เมตรแรงระเบิดเสียงดังสนั่น ทะลุหลังคาเต็นท์ขนาดใหญ่ สะเก็ดระเบิดตกใส่ผู้ชุมนุมที่นั่งฟังการปราศรัยอยู่เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย นอกจากนี้ที่ประชุมยังประเมินสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และวางแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงเสร็จสิ้น
พล.ต.อ.จงรัก กล่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า คนร้ายใช้ระเบิดชนิดเอ็ม 79 ยิงมาจากด้านนอกทำเนียบรัฐบาลจุดใดจุดหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุได้เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมฯไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป แม้ตำรวจจะมีการป้องกันอย่างเต็มประสิทธิภาพมีการตั้งด่านสกัดตรวจอย่างเคร่งครัดก็ตาม แต่สั่งกำชับแล้ววว่าให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรามากกว่าเดิมเพราะไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงใดๆ ประเทศไทยไม่ใช่อิรักการจะมาห้ำหั่นกันโดยใช้กำลังนั้นมันไม่ถูกต้องอยากให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาร่วมมือทำให้ประเทศเราเป็นประเทศที่สงบจะดีเสียกว่า
ด้านพญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง แพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ผู้บาดเจ็บมารักษาที่รามาทั้งหมด 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย ที่แอดมิดชั่น 2 ราย ผู้ที่เสียชีวิต เมื่อมาถึงคนไข้ยังลืมตาได้ แต่เหมือนมีกระสุนฝังที่คอ คาดว่าจะมีอาการเลือดออกในช่องท้อง เพราะท้องโตขึ้นเรื่อยๆและมีเลือดออกจากสายที่เจาะคออยู่ตลอด จากนั้นหัวใจหยุดเต้น แพทย์พยายามปั๊มหัวใจ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ โดยเสียชีวิตประมาณตี 5 หลังจากที่มาถึงโรงพยาบาลเมื่อเวลาประมาณ ตี 3.50 น.
อีกรายมีเหมือนกระสุนที่หน้าผากด้านซ้าย และกระสุนลงไปที่ไซนัส และมีรอยช้ำที่เนื้อสมอง แต่ยังรู้สึกตัว อาการค่อนข้างดี อีกคน เป็นแผลที่ก้นด้านซ้าย ให้รักษาตัวดูอาการ เป็นแผลจากสะเก็ดระเบิด แผลขนาด 3 เซนติเมตร รอดูอาการอีกประมาณ 1 – 2 วัน
Tags: ความมั่นคง, ตำรวจ, ตำรวจนครบาล, ทำเนียบรัฐบาล, ปั๊มหัวใจ, ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พญ.รพีพร โรจน์แสงเรือง, พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์, พันธมิตร, รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ระเบิดเอ็ม 79, สะเก็ดระเบิด, แพทย์, แรงระเบิด, แอดมิดชั่น, โรงพยาบาลรามาธิบดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อภิสิทธิ์ประกาศ ทหารตำรวจไม่มีสิทธิ์ท้อถอย
- รัฐบาล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง
- คนเสื้อแดง เทเลือดที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล
- จตุพร เชื่อเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 .เป็นฝีมือรัฐบาล
- จับกุมผู้ต้องสงสัยยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้า ร1.พัน 1 รอ.ได้แล้ว
Advertiser


เชิญร่วมแสดงความเห็น
Copyright © 2008 • Powered by Wordpress | Privacy Policy