Advertiser




เทือกลั่นม็อบบุกทำเนียบถูกจับ ประกาศไม่ยุบสภา -ไม่แก้รธน.

รองนายกฯด้านความมั่งคง ดูความพร้อมเจ้าหน้าที่ที่รักษาความปลอดภัยทำเนียบ เชื่อไม่มีรุนแรงทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ใครบุกทำเนียบต้องถูกดำเนินคดี ยัน รัฐบาลไม่ยุบสภาและแก้รธน.ตามข้อเรียกร้องแน่ ลั่นสายตรงนายกฯสบายใจได้

(31ม.ค.) เวลา19.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อตามสถานการณ์ที่กลุ่มนปช.จะมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลในช่วงดึกวันเดียว กัน โดยกล่าวว่า ยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ เพราะเพิ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่จ.ลพบุรี หลังจากนี้จะโทรศัพท์สอบถามเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานอะไร แต่ตนจะอยู่แถวๆทำเนียบรัฐบาล

” เบื้องต้นทราบว่า นปช.จะมายื่นหนังสือ ก็ต้องมีคนไปรับ หากไม่มีใครไปรับ ผมก็พร้อมไปรับหนังสือเอง ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการให้รัฐบาลยุบสภา และแก้รัฐธรรมนูญนั้น ไม่สามารถทำตามได้ หากผู้ชุมนุมจะเดินทางมาชุมนุมในอีก15 วันข้างหน้า ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ จะมาอีกกี่วันก็เรื่องของเขา” นายสุเทพ ระบุ

รอง นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เขาคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคงจะเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ แต่เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ขอให้อดทนกันอีกหน่อย รัฐบาลจะได้ดูแลบริหารบ้านเมือง อย่างไรก็ตามจะรายงานสถานการณ์ทั้งหมดให้นายกฯทราบในคืนนี้ ขอให้ท่านทำงานให้สบายใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ชุมนุมปีนรั้วเข้ามาในทำเนียบฯจะทำอย่างไร นายสุเทพตอบว่า เข้าไม่ได้ แต่จะไม่ใช้แก๊สน้ำตา และไม่ใช้ความรุนแรง หากบุกเข้ามาก็จับดำเนินคดี เตรียมรถและสถานที่ไว้มากเพียงพอสำหรับทุกคนที่ทำผิดกฎหมาย ยืนยันไม่มีมาตรการขั้นสูงสุดในการดำเนินการกับผู้ชุมนุม หากใครบุกสถานที่ราชการก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ต้องถูกจับกุมดำเนินการ

” เราไม่ใช้ความรุนแรงแน่นอนจึงเชื่อว่าสถานกรณ์คงไม่รุนแรงไปด้วย แต่ก็ไม่ยอมให้ใครทำผิดกฎหมาย หากเขาฝ่าด่านตำรวจมา 4ด่าน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ถ้าขัดขืนการจับกุมก็ยิ่งผิดเข้าไปอีก” นายสุเทพ

ผู้ สื่อข่าวรายงานบรรยากาศทำเนียบรัฐบาล เวลา 20.20 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดการจราจรถ.ราชดำเนินนอกเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่บริเวณแยกสวนมิกสกวัน ต่อเนื่องถึงเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์และเส้นทางโดยรอบทำเนียบรัฐบาลโดยเน้น กำลังหลักอยู่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานมีการนำรั้วลวดหนามมาปิดกั้นบริเวณด้าน หน้าและตั้งกำแพงรั้วเหล็กอีก 3 ชั้น ผูกร้อยด้วยโซ่เหล็กขนาดใหญ่ยึดหัวท้ายสะพานใส่กุยแจอย่างแน่นหนาจากนั้น เป็นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจราจล ยืนเรียงแถวหน้ากระดานจำนวน 5แถวซึ่งการปิดกั้นรั้วเหล็กป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ในวันนี้ มีการทำอย่างแน่นหนา ต่างไปจากกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรซึ่งมีการตั้งแผงเหล็กเรียงรายซ้อนกันอย่าง เดียวไม่ได้นำโซ่ตรวนมาผูกร้อยเหมือนเช่นวันนี้

ขณะเดียวกันระหว่างตรวจความพร้อมกำลังตำรวจเชิงสะพานมัฆวาน มีโทรศัพท์เรียกตัวพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.เข้าหารือในทำเนียบรัฐบาลโดยด่วน ซึ่งขณะนี้การจราจรบนถนนราชดำเนินนอกคล่องตัวปริมาณรถน้อยเนื่องจากผู้ใช้รถ ใช้ถนนส่วนใหญ่ทราบข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ว่าจะเคลื่อนขบวนในเวลา 21.00 น. จึงหลีกเลี่ยงเส้นทางมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล

ขณะเดียวกันมีหน่วยสอดแนมนปช.เป็นชาววัยกลางคนขี่จักรยานยนต์มา เป็นกลุ่มประมาณ 5 คันสวมเสื้อแดง มีผู้ซ้อนท้ายมาวนดูการตั้งจุดสะกัดของตำรวจ บริเวณเชิงสะพานมัฆวานและวนรถกลับไป นอกจากนี้ ผบช.น.ยังสั่งการให้นำรถไฟส่องสว่าง มาจอดบริเวณเชิงสะพานมัฆวานจำนวน 2 คัน เพื่อให้กล้องวงจรปิดที่อยู่รอบบริเวณสามารถจับภาพได้อย่างชัดเจนมีแสงสว่าง เพียงพอ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลโดยเด็ด ขาด

เมื่อเวลา 19.40น. วันเดียวกันพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น.ให้สัมภาษณ์ภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง ว่า ยอดการชุมนุมที่มาร่วมชุมนุมวันนี้มีประมาณ 2-3 หมื่นคน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรับมือได้ และจัดกำลังตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เหตุการณ์ปกติไม่มีปัญหาอะไร มีเพียงรถสุขาที่ไม่เพียงพอ ซึ่งก็ได้ประสานกทม.ให้ดำเนินการนำรถสุขามาเพิ่มแต้มแล้ว ส่วนการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจในจุดสกัดต่างนั้นได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย เข้าจุดเตรียมพร้อมปฎิบัติหน้าที่ใน 4 จุดด้วยกัน คืออนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เชิงสะพานผ่านฟ้า แยกจปร. และสะพานมัฆวานรังสรรค์

ผบช.น.กล่าวว่า ในส่วนของจุดสกัดแต่ละจุดนั้นจะมีตำรวจดูแลกลุ่มผุ้ชุมนุมคอยตรวจตราไม่ให้ พกพาอาวุธหรือทำผิดกฎหมายใด ๆ และยืนยันว่าตำรวจจะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในทำเนียบเด็ดขาด สำหรับจุดสกัดทุกจุดนั้นจะมีการเจรจาขอความร่วมมือให้ผู้ชุมนุมเคลื่อน ไหวอย่างสงบปราศจากอาวุธ หากตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำผิดใด ๆ ไม่มีการพกพาอาวุธก็จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้ผ่านแต่ละจุดได้หรือไม่ นอกจากนี้นจะมีการประชุมประเมินสถานการณ์อีกครั้งในเวลา 21.00น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นทางผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมกำลังตำรวจใน 4 จุด จุดแรกที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจลจำนวน 3 กองร้อย จำนวน 450 นาย ตั้งแถวรอรับคำสั่งพร้อมปฎิบัติหน้าที่ โดยผบช.น.เดินตรวจเยี่ยมและเน้นย้ำไม่ให้ใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผุ้ชุมนุม ซึ่งในส่วนของกำลังตำรวจมีอุปกรณ์ในการป้องกันคือโล่ และหมวกกันน็อคเท่านั้น นอกจากนี้ได้นำแผงเหล็กปิดกั้นบริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ และถ.เลียบคลองผดุง และทางเข้าทำเนียบ ฝั่งถ.เลียบคลองผดุง ขณะเดียวกันได้มีการนำรถขังผู้ต้องหาจำนวน 8 คัน และรถดับเพลิงจำนวน 3 คันมาจอดเตรียมการไว้ได้วย

นอกจากนี้ทาง ผบช.น.ยังได้ออกคำสั่งทางวิทยุสื่อสารไปถึงผู้ปฎิบัติทุกหน่วยและกองบังคับ การตำรวจจราจรให้ปิดถนนรอบทำเนียบรัฐบาลในเวลา 20.15น.เป็นต้นไป ใน 4เส้นทางคือ เส้นทางฝั่ง ถ.ราชดำเนินนอก บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ 2.ถ.พิษณุโลก ตั้งแต่แยกพาณิชย์ถึงแยกมิกสักวัน ถ.พระราม 5 ตั้งแต่แยกวัดเบญจมบพิตรถึงแยกพาณิชย์และถ.เลียบคลองผดุง ตั้งแต่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ถึงแยกนางเล้ง เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้าไปในทำเนียบ และหลังจากผบช.น.เข้าตรวจจุดที่1 แล้วก็เดินทางไปตรวจจุดสกัดที่ 2-3-4 ตามลำดับจากนั้นจะกลับไปประชุมร่วมกับทางผบ.ตร.ที่บช.น.เวลา21.00น.อีกครั้ง

Tags: , , ,

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Facebook Twitter

Advertiser




เชิญร่วมแสดงความเห็น