Advertiser




ธปท.รับแทรกแซง บาทแข็งค่า แนะส่งออกปรับตัว

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในวันนี้ (3 มิ.ย.) ค่าเงินบาทได้แข็งค่าที่สุด ในรอบ 8 เดือน โดยอยู่ที่ 34.03 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ ธปท.เห็นใจผู้ส่งออก แต่การดูแลค่าเงินบาทนั้น นอกเหนือจากการดูแลภาคการส่งออกแล้ว ธปท.ต้องดูแลการนำเข้า และภาคประชาชน รวมถึงเรื่องเสถียรภาพของราคาน้ำมันในระดับหนึ่งด้วย ขณะที่การแยกตลาดเงินบาทออกเป็น 2 ตลาด ตามการเสนอความคิดเห็นของภาคเอกชนนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าเงินบาทควรจะมีราคาเดียว และเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด นอกจากนี้ การใช้วิธีบังคับให้เงินอ่อนค่า โดยทางการประกาศว่าจะทำนั้น น่าจะไม่ใช่วิธีที่ดีในการช่วยเหลือผู้ส่งออก เพราะทุกประเทศจะทำอย่างเดียวกัน ดังนั้น นอกเหนือจากการขอให้ ธปท.ดูแลเรื่องการลดความผันผวน ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ ธปท.แล้ว ผู้นำเข้าและส่งออกต้องปรับตัวด้วย และต้องหาทางป้องกันความเสี่ยงของตนเองด้วย

อย่างไรก็ตาม นางสุชาดา ยอมรับว่า หากเทียบค่าเงินบาท ในช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กับอัตราค่าเงินบาท วานนี้ (2 มิ.ย.) พบว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็วกว่าประเทศคู่แข่งบ้าง โดยค่าเงินบาทของไทยแข็งขึ้น 3.4% ค่าเงินรูเปียะห์อินโดนีเซีย แข็งค่าขึ้น 3.7% เงินรูเปียอินเดีย แข็งค่าขึ้น 6.4% ค่าเงินเปโซ ฟิลิปปินส์ แข็งค่าขึ้น 2.51% ส่วนค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ แข็งค่าขึ้นเพียง 2.1% ขณะที่ค่าเงินหยวนของจีนมีเถียรภาพมาก แต่หากเทียบค่าเงินบาทกับเงินสกุลยุโรป จะเห็นว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับเงินปอนด์ โดยในเดือน เม.ย.ค่าเงินบาทอยู่ที่ประมาณ 52 บาทต่อปอนด์อังกฤษ แต่ขณะนี้ อยู่ที่ 56 บาทต่อปอนด์ และหากเทียบกับเงินยูโร ค่าเงินบาทได้อ่อนค่าลงเช่นกัน โดยในเดือน เม.ย.ค่าเงินบาทอยู่ที่ประมาณ 46 บาทต่อยูโร แต่ค่าเงินบาทวานนี้ (2 มิ.ย.) อยู่ที่ 48 บาทกว่าๆ ต่อยูโร ดังนั้น หากผู้ส่งออกมองถึงการกระจายตลาดการส่งออก และการซื้อขายด้วยเงินสกุลอื่น นอกเหนือจากดออลาร์สหรัฐฯ โอกาสในการค้ายังคงมีมาก

นอกจากนี้ นางสุชาดา ยังกล่าวอีกว่า แม้หากพิจารณาความสามารถ ในการแข่งขันทางการค้า ของผู้ส่งออก จากค่าเงินบาทที่เปลี่ยนแปลงไป เทียบกับประเทศคู่ค้า และคู่แข่ง 21 ประเทศ พบว่า ดัชนีค่าเงินบาท (เอ็นอีอีอาร์) ของไทย เดือน พ.ค. อยู่ที่ 77.22 อ่อนค่าลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับดัชนีค่าเงินบาท 4 เดือนแรกของปีนี้ แสดงให้เห็นว่า ความสามารถในการแข่งขันทางการค้า จากค่าเงินบาท ใน 5 เดือนแรกของปี ไม่ได้ลดลง

อย่างไรก็ตาม ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (3 มิ.ย.) เงินบาทได้หลุดระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แตะระดับแข็งค่าสุด ที่ระดับ 33.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นได้อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 34.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยนางสุชาดา กล่าวว่า การแข็งค่าดังกล่าว มีปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าลง ของดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ธปท.ได้เข้าแทรกแซงค่าเงินบาท เพื่อลดความผันผวนของค่าเงิน ที่ไม่ให้แข็งค่าขึ้นเร็วเกินไป

Tags: , , ,

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Facebook Twitter

Advertiser




เชิญร่วมแสดงความเห็น