Advertiser




เพื่อไทยจัดสัมมนาล้างหนี้ประเทศชูเศรษฐกิจนำการเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่โรงแรมพรพิงค์ ทาวเวอร์ จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาทางออกประเทศไทย ล้างหนี้ประเทศ สร้างรายได้ประชาชน ครั้งที่ 1 ในภาคเหนือ โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค อดีตรัฐมนตรี สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ส.ส.ของพรรค อดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรค นักธุรกิจ นักวิชาการ และประชาชนเข้าร่วมการสัมมนาอย่างคึกคัก อาทิ นายโอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น
นายมิ่งขวัญ กล่าวในการสัมมนาว่า 6 เดือนที่รัฐบาลเข้ามามีแต่คำว่ากู้ กู้และก็กู้ มีแต่เป็นหนี้ เป็นหนี้ และก็เป็นหนี้ ในสภาตนถามรัฐบาลไปก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกฯและตนจะถามแบบนี้ไปทั่วประเทศด้วยว่า 1.คนไทยเป็นหนี้ต่อหัวคนละเท่าไหร่ 2.จะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้ และจะหามาด้วยวิธีใด และ3.ตกลงแล้วเราจะต้องเป็นหนี้ไปอีกกี่ปี วันนี้ประเทศไทยต้องการผู้นำแบบไหน ตอบสั้นๆก็คือต้องเก่งเศรษฐกิจ ฉะนั้นวันนี้เศรษฐกิจต้องนำการเมือง วันนี้เราเดินทางมาหาชาวเชียงใหม่และคนภาคเหนือเพื่อมารับฟังพวกท่าน แล้วนโยบายทั้งหมดจะเกิดจากสิ่งที่ท่านพูดเพื่อมาตอบสนองความต้องการของพวกท่าน วันนี้ขอให้ทำตัวให้มีความสุข เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้น ถ้าเปรียบเป็นละคร ปี 2540 กับปี 2552 แตกต่างกันหรือไม่นั้นขอให้ติดตามตอนต่อไป แต่คนที่มีวิสัยทัศน์ พูดแล้วทำได้จริง เคยทำให้ดูกันมาแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณใช้หนี้ไอเอ็มเอฟได้ก่อนกำหนด ทำประเทศไทยให้แข็งแรงได้ ส่วนวันนี้จะทำได้อีกหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่พวกท่านแล้ว วันนี้ขอหาเสียงไว้ล่วงหน้าเลยว่าต้องพรรคเพื่อไทยเท่านั้นท่านจะรอด

นายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในหัวข้อเหลียวหลัง แลหน้า จับชีพจรเศรษฐกิจไทย ตอนหนึ่งว่า วิกฤติเศรษฐกิจในอเมริกา เป็นถือต้นตอของปัญหาเกิดจากระบบธนาคารที่ล่มสลาย จนลุกลามและส่งผลกระทบในหลายประเทศ ทั้งจีนและเกาหลีใต้ รวมทั้งประเทศไทย แต่ปรากฏว่ารัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตาไม่แก้ปัญหาอะไร หรือแจกเงินโดยไม่มีผลอะไรเกิดขึ้น ปัญหาที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดคือตัวเลขการส่งออกสินค้าลดลง และรายได้จากการท่องเที่ยวที่ลดลงมากถึง 1.2 ล้านล้านบาท และขณะนี้ระบบธนาคารของประเทศไทยยังสามารถใช้เป็นช่องทางในการแก้ปัญหาได้ก็ควรจะนำมาใช้

นายโอฬาร กล่าวอีกว่า ตนอยากเสนอแนะไปถึงรัฐบาลว่าควรใช้ 3 นโยบายหลัก คือหารายได้เข้าประเทศให้ได้ประมาณ 5 แสนล้านบาท นำนโยบายด้านสินเชื่อและอัตราแลกเปลี่ยน ในไตรมาสสุดท้ายให้ได้ประมาณ 37 บาท ต่อดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับทั้งชาวนา นักธุรกิจ พนักงานโรงงานได้รับเงินคืนประมาณ 5 แสนล้านบาท และสุดท้ายกระจายเงินลดรายจ่าย สร้างรายได้ ของรัฐบาล 2 แสนล้านบาท ให้ลงไปในแต่ละท้องถิ่นกว่า7 หมื่นหมู่บ้านๆละ20 ล้านบาท ทั้งนี้สิ่งที่ตนพูดนั้นถือว่าเป็นการชี้ทางให้ขึ้นสวรรค์ ฉะนั้นรัฐบาลต้องนำไปวิเคราะห์ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและรวดเร็ว อย่ามัวแต่มะงุมมะงาหรา

Tags: , , ,

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Facebook Twitter

Advertiser




เชิญร่วมแสดงความเห็น