Advertiser




10 เมษายน เมษาเลือดภาคสอง

หลังจากชุมนุมเรียกร้องต่อต้านเผด็จการด้วยการปราศรัยสลับการร้องเพลงตลอดทั้งคืน ประกอบกับผู้เชุมนุมที่เป็นชาวกรุงเทพกลับบไปพักผ่อนที่บ้านทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงทั้ง เวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาและเวทีสี่แยกราชประสงค์ค่อนข้างบางตา แกนนำมีการสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นหลักยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและให้คนกรุงเทพและปริมณฑลออกมาร่วมชุมนุม
( 10 เม.ย.)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำผู้ชุมนุม ได้ประกาศบนเวทีว่า มีรายงานข่าวว่าจะมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณแยก ราชประสงค์ จึงขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้เตรียมพร้อมรับมือการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้า หน้าที่ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่จะมีการใช้กำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมก่อน หากไม่ประสบผลสำเร็จก็จะใช้กำลังทหารเข้าดำเนินการต่อ จึงขอให้ผู้ชุมนุมเตรียมความพร้อม ขณะที่การดูแลของการ์ด นปช. นั้นในขณะนี้ เพิ่มความเข้มงวดขึ้น โดยมีการนำรถยนต์ และรถบรรทุก 6 ล้อ ปิดกั้นบริเวณทางเข้าที่จะมุ่งเข้าสู่การชุมนุม เพื่อป้องกันการเคลื่อนกำลังของเจ้าหน้าที่ และล่าสุดด้านหลังเวทีก็มีการแจกจ่ายผ้าขนหนู และน้ำเปล่าเพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาแล้ว
เวลาประมาณ 14.30 น.ทหารพร้อมโล่และกระสุนยางเริ่มตั้งแถวเดินหน้าเข้าสู่เวทีปราศัย บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยใช้เส้นทางถนนราชดำเนินนอก และหยุดรอกำลังเสริมที่อยู่ภายในกองทัพภาคที่ 1 บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ นอกจากนี้ยังมีเสียคล้ายปืนดังอยู่เป็นระยะ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ด้านนอกทหารได้ตะโกนขอให้กลับบ้าน ส่วนบนเวทีปราศัยแกนนำได้ประกาศปลุกระดมทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเนื่อง จากกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามขัดขวางการบุกเข้าสลายการชุมนุมของทหาร
บรรยากาศบริเวณกองทัพภาคที่ 1 ด้านวัดเบญจมบพิตร หลังจากที่กลุ่มเสื้อแดง กดดันเจ้าหน้าที่ทหาร ไม่ให้นำกำลังออกมาจากด้านใน จนเกิดการปะทะกันขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะปกติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ทหาร ได้ตั้งกำลังจำนวน 3 แถว เพื่อผลักดันให้กลุ่มผู้ชุมนุมถอยร่นออกจากพื้นที่ ซึ่งขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมหมดจากพื้นที่แล้ว พร้อมกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งสื่อมวลชนได้ผ่านเข้าออกตั้งแต่แยกวัดเบญจมบพิตร
นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ประกาศบนเวทีปราศรัย บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ขออาสาสมัครจากกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวน 200 คน เพื่อจะไปสลายด่านตำรวจ ที่ดักสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางมายังเวทีปราศรัยรอบบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยระบุว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ยอมเปิดด่านก็พร้อมที่จะปะทะในทันที
หลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้า หน้าที่ทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่บริเวณด้านหน้ากองทัพภาคที่ 1 ใกล้กับบริเวณเวทีการชุมนุมสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ทำให้บรรดาแกนนำที่อยู่บริเวรแยกราชประสงค์ ได้มีการติดตามการรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ด้านหลังเวทีอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นทางแกนนำ ได้มีการขึ้นเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนต่อ โดยย้ำให้มีการเตรียมความพร้อม หากมีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุมที่บริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ แกนนำ ยังประกาศบนเวทีว่า การนำไม้ไปวางที่รางรถไฟฟ้าบีทีเอส เนื่องจากมีรายงานข่าวว่า จะมีการเคลื่อนกำลังมาเพื่อสลายการชุมนุมทางรถไฟฟ้า พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดเดินรถไฟฟ้า หากมีการขนกำลังทหารมาทางรถไฟฟ้าจริง ทั้งนี้ยืนยันว่า หากมีการนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามา ทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็จะมีมาตรการตอบโต้อย่างเข้มข้นด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทางแกนนำ ได้มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมบางส่วนแบ่งกำลัง เพื่อไปรวมตัวกันที่บริเวณแยกเพลินจิต และบริเวณแยกหลังสวน เพื่อป้องกันกำลังเจ้าหน้าที่ที่อาจมีการเคลื่อนกำลังเข้ามา
เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กับ เจ้าหน้าที่ทหาร ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยมีเสียงปืนเบื้องต้นยังไม่ทราบชนิด คาดว่าน่าจะเป็นกระสุนยาง และมีการยิงแก๊สน้ำตาเป็นระยะๆ ประมาณ 4-5 ลูก เพื่อสลายการชุมนุมและชิงพื้นผิวการจราจรบริเวณดังกล่าวคืน ซึ่งล่าสุด กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่มีท่าทีที่จะล่าถอยกลับไปยังเวทีชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้วางแนวป้องกันโดยมีพระสงฆ์ยืนประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เริ่มสูงขึ้น
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. กล่าวยอมรับ ว่ามีคำสั่งจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะ ผอ.ศอฉ. สั่งให้มีการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยเริ่มจากบริเวณกองทัพภาค 1 สะพานมัฆวานรังสรรค์ และเวทีชุมนุมสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยเป็นการใช้กำลังทหารจาก 234 กองร้อยในการดำเนินการครั้งนี้ ทั้งนี้ ศอฉ.ระบุถึงสาเหตุที่สั่งให้มีการสลายการชุมนุวันนี้ เนื่องจาก กลุ่มนปช.ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายทั้งที่รัฐบาลได้ประกาศพระราชกำหนดการ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกับเพิกเฉย
พ.อ.สรรเสริญ ยังยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการ เพื่อสลายการชุมนุมให้เรียบร้อยได้ภายในเย็นวันนี้ ก่อนที่จะเปิดแถลงการเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบอีกครั้ง
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจงทำความเข้าใจการดำเนินการคืนพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณถนนราชดำเนิน เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ (10 เม.ย.)โดยยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของกติกาสากลและหลักกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกับดำเนินการด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงสิทธิ ความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งผู้ที่มาชุมนุม ซึ่งรัฐบาลไม่มีทางเลือก อย่างไรก็ตามได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือนอย่างเหมาะสม และจะประกาศให้ทราบเป็นระยะๆ ตามแนวทางที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้
ในเวลา 21.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คนเสื้อแดงได้ระดมกำลังจากเวที่ราชประสงค์ และหลังจากได้รับรายงานการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงได้ประกาศบนเวทีสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เรียกร้องให้ทหารยุติปฏิบัติการทั้งหมด รวมถึงการหยุดยิง หยุดใช้อาวุธ
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงว่า จากกรณีที่ ศอฉ.ได้ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดำเนินการตามแผนในเรื่องของการขอ คืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าจากกลุ่มผู้ชุนนุมคนเสื้อแดง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นมา ซึ่งการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ของ ศอฉ. ทุกนายทั้งทหาร พลเรือน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ดำเนินการจากมาตรการจากขั้นเบาไปหาหนัก ตามกฎการใช้กำลัง ประกอบด้วย การชี้แจงทำความเข้าใจ การแสดงกำลัง การใช้โล่ดัน การใช้น้ำ การใช้เครื่องขยายเสียงกำลังสูง การใช้แก๊สน้ำตา การใช้กระบอง และการใช้กระสุนยาง ตามลำดับ โดยกระสุนจริงคงมีเฉพาะการยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขวัญกลุ่มผู้ชุมนุมเท่านั้น แต่ปรากฎว่า ทางกลุ่มผู้นุมคนเสื้อแดงได้ดำเนินการต่อต้านตอบโต้การปฏิบัติของเจ้า หน้าที่ศูนย์ฯ ในทุกรูปแบบมีการใช้อาวุธกระสุนจริงยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ และยังใช้ลูกระเบิด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีทั้งระเบิด M 67 และระเบิด M 79 นอกจากนี้ยังมีการใช้ระเบิด แสวงเครื่องที่ทำจากถังแก๊สเพิ่มเติม เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจผู้ปฏิบัติงานในการดูแลความสงบเรียบร้อยต้อง ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ในส่วนนี้ ศอฉ. ได้หารือกับรัฐบาล และ มีมติ มอบมหายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานกับแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อหยุดการปฏิบัติของทั้งสองฝ่าย ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมความสงบเรียบร้อย และการต่อต้านของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทหารได้ถอยออกจากพื้นที่ห่างจากผู้ชุมนุมแล้วในระดับหนึ่ง คาดหมายว่า ในโอกาสต่อไป กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งได้รับการประสานจากแกนนำจะหยุดปฏิบัติการและเคลื่อนย้ายกำลังออกห่างจาก เจ้าหน้าที่ทหารเพื่อที่จะหารือถึงแนวทางในการปฏิบัติภารกิจต่อไป เพื่อนำความสงบเรียบร้อยกลับสู่บ้านเมือง ทั้งนี้ หากมีการปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ต่อไป เจ้าหน้าที่ทหาร ถ้าจะตอบโต้การปฏิบัติของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ก็อาจจะทำให้ความรุนแรงขยายตัวบานปลายต่อไป จึงตกลงให้มีการยุติทั้งสองฝ่าย และถอนกำลังให้ห่างออกจากกัน

Tags: , , , , , , ,

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Facebook Twitter

Advertiser




เชิญร่วมแสดงความเห็น