‘น้องเก๋’ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ยกน้ำหนักรวม 221 คว้าทองแรก แถมทุบสถิติโอลิมปิค
สาวนครสวรรค์ ‘น้องเก๋’ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ประเดิมเหรียญทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทยในกีฬาโอลิมปิกได้สำเร็จ โดยสามารถ คว้าเหรียญทองยกน้ำหนักรุ่น 53 กิโลกรัมหญิง พร้อมยังทำลายสถิติโอลิมปิกในท่าคลีนแอนด์เจิร์กที่ 126 กิโลกรัม ทิ้งนาสตาสเซีย โนวิกาวา จาก คู่ปรับจากเบลารุส ขาดลอย
ศึกยกลูกเหล็ก “ปักกิ่งเกมส์” รุ่น 53 กิโลกรัมหญิงเป็นรุ่นที่ไทยเป็นเจ้าของเหรียญทอง ที่เอเธนส์เกมส์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อุดมพร พลศักดิ์ คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ ครั้งนี้มีนักกีฬาลงแข่งขันจาก 9 ชาติ โชคดีที่ไม่มีนักกีฬาีเจ้าภาพ ลงแข่งในรุ่นนี้
ท่าสแนช ประภาวดี เรียกน้ำหนักในครั้งแรกที่ 92 กิโลกรัม โดยยกเป็นคนที่แปด ยกครั้งแรกผ่านไปได้แบบสบายๆยังเหลือๆ เช่นเดียวกับ นาสตาสเซีย โนวิกาวา จาก เบลารุส เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 92 กิโลกรัม ขณะที่ ยูน จินฮี จากเกาหลีใต้ เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 94 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักที่เรียกมาที่สุดทำให้ยกเป็นคนสุดท้าย ยูน จินฮี สามารถยกผ่านไปแบบไร้ปัญหาเช่นกัน
การยกครั้งที่สอง ท่าสแนช สาวปากน้ำโพ ประภาวดี เรียกเหล็กที่ 95 กิโลกรัมเช่นเดียวกับนักยกน้ำหนักจาก เบลารุส ทั้งคู่ทำได้ดีสามารถยกผ่าน แต่ ยูน จินฮี จากเกาหลีใต้ เรียกเหล็กที่ 97 กิโลกรัมไม่สามารถยกผ่าน ต้องวัดกันที่การยกครั้งสุดท้าย
การยกครั้งที่สาม ท่าสแนช เหลือนักกีฬาจาก 3 ชาติที่แย่งเหรียญกันเรียกน้ำหนักที่ 97 กิโลกรัม แต่ทุกคนยังไม่สามารถยกน้ำหนัก 97 กิโลกรัมในท่าสแนช ได้สำเร็จ ดังนั้นสถิติที่นักยกน้ำหนักทำได้ในท่าสแนชสูงสุดคือ 95 กิโลกรัมซึ่งทำได้เท่ากันสองคนคือ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล และ นาสตาสเซีย โนวิกาวา จากเบลารุส แต่ด้วยน้ำหนักตัวของน้องเก๋ที่น้อยกว่าซึ่งมีผลทำให้อันดับของนักกีฬายกน้ำหนักจากประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งการตัดสินเหรียญรางวัลจะนำน้ำหนักที่ทำได้ไปรวมกับน้ำหนักที่ทำได้ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก
ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก นาสตาสเซีย โนวิกาวา จาก เบลารุส เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 116 กิโลกรัม การยกครั้งแรกไม่สมบูรณ์ไม่ผ่านต้องยกครั้งที่สอง ส่วนครั้งสุดท้ายเรียกเหล็กที่ 118 กิโลกรัม สามารถยกผ่านไปได้ ส่วน ยูน จินฮี จากเกาหลีใต้ เรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 118 กิโลกรัมสามารถยกผ่านได้ และจบด้วยการยกครั้งสุดท้ายที่ 119 กิโลกรัม ‘น้องเก๋’ ประภาวดี ที่ยกท่านี้ได้ดีเหลือเกินเรียกน้ำหนักครั้งแรกที่ 120 กิโลกรัมสามารถยกผ่านสบายๆ ซึ่งการยกครั้งนี้ทำให้เธอคว้าเหรียญทองให้ทัพนักกีฬาไทยอย่างแน่นนอนแล้ว การยกครั้งที่สองจึงเป็นการยกเพื่อสร้างสถิติ ซึ่งโค้ชเรียกเหล็กที่ 126 กิโลกรัม ประภาวดไม่ทำให้ผิดหวังสามารถยกทำลายสถิติโอลิมปิกลงอย่างสวยงาม การเรียกน้ำหนักครั้งสุดท้ายประภาวดีเรียกไปที่ 130 กิโลกรัมเพื่อหวังทำลายสถิติโลก ที่มีผู้ทำไว้ที่ 129 กิโลกรัม แต่ผลปรากฏว่า ทำไม่สำเร็จ ส่งผลให้
ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล คว้าเหรียญทองไปครองด้วยน้ำหนักรวม 221 กิโลกรัม ส่วนเหรียญเงินตกเป็นของ ยูน จินฮี จากเกาหลีใต้ ทำน้ำหนักรวม 213 กิโลกรัม ขณะที่เหรียญทองแดงเป็นของ นาสตาสเซีย โนวิกาวา จาก เบลารุส ที่ทำน้ำหนักรวมได้ 213 กิโลกรัม เท่ากับสาวเกาหลี แต่ได้อันดับ 3 เพราะน้ำหนักตัวมากกว่า
ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เดิมชื่อ จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน เกิดวันที่ 29 พฤษภาคม 2527 ปัจจุบันอายุ 24 ปี เป็นชาวนครสวรรค์ บุตรของนายจันทร์แก้ว กันทะเตียน และ นางราศรี ทัดทอง อาชีพรับจ้าง สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนนวมินราชูทิศ พายัพ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุที่ข่าวออกมาว่ามีการบาดเจ็บทำให้ น้องเก๋ ประภาวดี พลาดโอกาสจากการเป็นทีมชาติเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ทั้งที่ทำสถิติที่เธอทำได้ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก หลังจากน้องอร อุดมพร พลศักดิ์ ลาวงการ ไม่มีใครทดแทนได้ดีเท่า ประภาวดี เธอเริ่มประกาศศักดาด้วยการคว้าเหรียญทองเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่ จ.เชียงใหม่ และคว้าหนึ่งเหรียญเงินในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์
บุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนัก เป็นผู้แนะนำให้ จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน เปลี่ยนชื่อ – สกุล เป็น ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ในปัจจุบัน เธอโชคร้ายเมื่อได้รับบาดเจ็บ ข้อศอกหลุด บนเวทีระหว่างแข่งขันชิงเหรียญทองในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งโลก ที่ จ.เชียงใหม่ ต้องหลุดพักรักษาตัวจนไม่ติดทีมซีเกมส์โคราช แต่เมื่อน้องเก๋หายเจ็บเรื่มกลับมาซ้อมเพื่อความหวังในการเป็นตัวแทนประเทศไทย ใครจะเชื่อเมื่อเธอทำสถิติดีกว่าสถิติโลกในการแข่งขันยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2551 เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ จ.ขอนแก่น ไม่เพียงการันตีการติดทีมโอลิมปิกแต่เธอยังเป็นความหวังสูงสุดของทัพยกน้ำหนักไทยในการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ และวันนี้ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และความกตัญญู กตเวทิตา ก็เป็นสิ่งผลักดันให้เธอประสบความสำเร็จในวันนี้
Gold winner Prapawadee can smile again
4 ปีที่รอคอยของ “ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล”
“จันทร์พิมพ์” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล คว้าเหรียญเงินยกเหล็กรุ่น 53 กก.
Tags: กีฬาโอลิมปิก, จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน, ทำลายสถิติโอลิมปิก, ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก, ท่าสแนช, น้องเก๋ ประภาวดี, บุษบา ยอดบางเตย, ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล, ปักกิ่งเกมส์, สาวนครสวรรค์, อุดมพร พลศักดิ์, เหรียญทองยกน้ำหนัก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เฟลป์ส-โบลต์ ที่สุดแห่งที่สุดในอลป.2008
- กกท.จัดวันกีฬาแห่งชาติยิ่งใหญ่
- สมเด็จพระเทพฯทรงอวยพรให้ น้องอรครองรักกันยืนนาน
- น้องอร หมั้นแล้ว เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ 21 พ.ย.นี้
- น้องสอง ปลื้มได้รับรถยนต์โตโยต้ายาริส
Advertiser

4 Comments:
August 10th, 2008 at 6:35 pm
สุดยอด !!
ชนะแบบขาวสะอาดขาดลอยมาก แต่ยายเหรียญทองแดงสปิริตต่ำมาก
[Reply]
August 12th, 2008 at 6:22 pm
ชอบพี่เก๋ค่ะ
[Reply]
August 12th, 2008 at 6:23 pm
ชอบมากมายค่ะ
เก่งด้วย
เสียดายที่พี่ วันดี ม่ายได้
แต่พี่เขาก็เก่งค่ะ
[Reply]
August 13th, 2008 at 5:47 pm
[Reply]
เชิญร่วมแสดงความเห็น
Copyright © 2008 • Powered by Wordpress | Privacy Policy