ชี้คนไทยหันช็อปปิ้งออนไลน์พบตัวเลขเพิ่มขึ้น25%
“เนคเทค”เผยคนไทยนิยมซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น พบสัดส่วนพุ่งขึ้น 25% จากปีก่อน ด้านผู้บริหารอีคอมเมิร์ซชี้เป็นแนวโน้มที่ดี เหตุธุรกิจออนไลน์เริ่มต้นง่าย ต้นทุนต่ำ การจัดส่งสะดวก แถมสินค้าบางตัวยังถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ อุปนายกสมาคมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาดดอทคอม จำกัด ผู้บริหารเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการซื้อ-ขายสินค้าทางออนไลน์ของไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จากผลสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประเทศไทยประจำปี 2551 ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พบว่า คนไทยส่วนใหญ่เคยซื้อของผ่านทางออนไลน์มากขึ้นเป็นสัดส่วน 45.9% จากปี 2550 ที่มีเพียง 20% หรือเพิ่มขึ้น 25%
ส่วนการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2550 พบว่า มูลค่าการซื้อของผ่านออนไลน์ของไทยมีประมาณ 305,159 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการซื้อของภาครัฐบาลเป็นหลัก แต่ก็ทำให้เห็นว่า การซื้อขายของออนไลน์เติบโตขึ้นจากอดีตที่ปี 2549 มีเพียง 220,924 ล้านบาท
ทั้งนี้ เนื่องมาจากปัจจัยทั้งด้านการค้าขายภายในประเทศ และการค้าขายกับต่างประเทศที่ยังมีแนวโน้มเติบโตสูง หรืออยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นเพราะร้านค้าและธุรกิจเริ่มเข้าสู่โลกออนไลน์เพิ่มขึ้น และการเริ่มต้นค้าขายออนไลน์ดำเนินการได้ง่าย ต้นทุนการจัดตั้งต่ำกว่าตั้งร้านเอง รวมถึงระบบชำระเงินที่ปลอดภัย และลดต้นทุนการเดินทาง ตลอดจนการจัดส่งสินค้าทำได้รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าซื้อได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป
นายภาวุธกล่าวว่า สถานการณ์ของการซื้อขายออนไลน์ หรือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา โดยการสำรวจของสำนักวิจัย “comScore” ระบุ อเมริกามีการซื้อขายผ่านอีคอมเมิร์ซมากถึง 4 ล้านล้านบาท ที่ยังไม่รวมการซื้อขายผ่านการประมูลสินค้า และการซื้อของบริษัทองค์กรขนาดใหญ่ โดยหากรวมตัวเลขเข้าไป น่าจะมีเพิ่มมากขึ้นอีกหลายพันล้าน
อย่างไรก็ตาม วิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐที่รุนแรงขึ้นได้ส่งผลกระทบต่ออีคอมเมิร์ซในระดับประเทศ รวมถึงระดับโลกแล้วด้วย โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เน้นกลุ่มลูกค้าอเมริกัน เริ่มมีเสียงบ่นว่า ยอดขายลดลงไปมาก เช่น พ่อค้าคนไทยหลายๆ คนในอีเบย์ดอทคอม ให้ข้อมูลว่ายอดขายช่วงเดือนกันยายนปีนี้ลดลง
“ทางออกของปัญหานี้ เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซอาจต้องเริ่มมองหาตลาดใหม่เพิ่มเติม โดยเริ่มมองออกไปยังตลาดประเทศกลุ่มใหม่ เช่น ทางยุโรป ญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีกำลังซื้อ และเป็นตลาดใหม่ที่น่าลองบุกดูในช่องทางออนไลน์ แต่อาจมีอุปสรรคทำตลาดบ้าง เช่น ภาษา และพฤติกรรมของผู้ซื้อ ที่อาจจะแตกต่างจากผู้ซื้อในกลุ่มประเทศอเมริกาอยู่มาก แต่ถ้าคุณอยากจะลองเปิดตลาดใหม่ดูแล้ว การเริ่มในช่วงนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจในการบุกและรุกเข้าไปยังตลาดใหม่ ที่คู่แข่งยังไม่ได้เข้าไป” นายภาวุธกล่าว

Tags: comScore, ขายของ, คอมพิวเตอร์, ค้าขายออนไลน์, ช็อปปิ้ง, ซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์, ธุรกิจออนไลน์, นักวิจัย, ประมูล, ผลสำรวจ, พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์, ระบบชำระเงิน, วิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐ, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, อินเทอร์เน็ต, อิเล็กทรอนิกส์, อีคอมเมิร์ซ, อีเบย์, อีเบย์ดอทคอม, เทคโนโลยี, เนคเทค, เว็บไซต์, โลกออนไลน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- พบโจ๋ไทยเปลี่ยนมือถือบ่อยทุก 6 เดือน
- ดูปองท์ เร่งพัฒนาสินค้าใหม่
- ทรูมูฟพร้อมขาย iPhone 3G ในไทย
- เอไอเอสเปิด สมาร์ท ออฟฟิศ ไลท์
- มิลคอมลั่นบริการไวแมกซ์ต้นปีหน้า
Advertiser

เชิญร่วมแสดงความเห็น
Copyright © 2008 • Powered by Wordpress | Privacy Policy