รัฐบาล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง

พื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ( 7 เม.ย.)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง การเคลื่อนไหวชุมนุมของประชาชนที่ผ่านมา รัฐบาลได้พยายามบริหารสถานการณ์ ป้องกันเหตุร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ปรากฎว่า รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการระงับยับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ ตรงกันข้าม การชุมนุมของประชาชนได้พัฒนาไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย เกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมอย่างกว้างขวาง ตลอดจนภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศในสายตาประชาคมโลก แม้รัฐบาลได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างดีที่สุด

อภิสิทธิ์ ยันยัน จะไม่ยุบสภา

( 15 มี.ค.)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเชิญหัวหน้าตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล หารือเพื่อพิจารณาถึงข้อเรียกร้องทางการเมือง จากกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 24 ชั่วโมง หรือ 12.00 น.ในวันนี้(15 มี.ค.) และจะรอฟังคำตอบจากรัฐบาลที่กรมทหารราบที่ 11 ว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ก่อตั้งขึ้นตามกระบวนการของรัฐสภา ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาจากการเลือกตั้ง ส.ส.เสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภา โดยมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อให้นำประเทศเดินหน้าต่อไปได้

ผบช.ก. แต่งตั้งชุดทำงาน ดูแล 10 วันอันตราย

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่งตั้งชุดทำงานเพื่อทำหน้าที่ดูแลคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ( 18 ก.พ.) สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เป็นประธานการประชุมแต่งตั้งพนักงานสอบสวน เพื่อทำหน้าที่ดูแลคดีเกี่ยวกับความมั่นคง ในช่วงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ถึง 17 มีนาคมนี้ คณะทำงาน ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน 30 นาย มีรองผู้บังคับการ 3 นาย เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งหากมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น จะสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ทันที

ตั้งสุเทพ เป็นประธาน คตม.

นายกรัฐมนตรี มอบหมาย รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง เพื่อติดตามและดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง มีผล 15 กุมภาพันธ์ 2553 ( 16 ก.พ.)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคงหรือ คตม. โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เป็นประธาน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธาน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการ ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เลขา สมช. ยันไม่มีรายงานคอมมิวนิสต์ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดง

เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุ ไม่มีรายงานคอมมิวนิสต์ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมเชื่อคนไทยจะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือ สมช.กล่าวถึงกระแสข่าวคอมมิวนิตส์นอกประเทศ จะร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองกลับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ยังไม่ได้รับรายงานความผิดปกติและยังไม่พบว่ามีความเชื่อมโยงกัน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ค่อนข้างไม่ปกติ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนไทยจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหา รวมถึงทำสิ่งที่ดีเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ

สุเทพ ชี้ ตั้งกองทัพประชาชนของ พล.อ.พัลลภ เป็นกองทัพเถื่อน

รอง นายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุ การประกาศตั้งกองทัพประชาชนของพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ถือเป็นกองทัพเถื่อน และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดหากทำผิดกฎหมาย ( 4 ก.พ ) สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ประกาศตั้งกองทัพประชาชน เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย จากประเทศดูไบว่า ในฐานะที่รับผิดชอบต่อความมั่นคง ไม่ยอมที่จะให้กองทัพที่ผิดกฎหมาย หรือกองทัพเถื่อนมาก่อความวุ่นวาย ก่อจลาจล หรือข่มขู่รัฐบาลอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าสร้างความเสียหายแก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก และหากทำผิดกฎหมาย จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้ประชาชนทราบว่ามีความผิดอย่างไร ขณะเดียวกัน เชื่อว่า พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย จะไม่ร่วมเป็นผู้นำกองทัพ เนื่องจากเป็นถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่

กอ.รมน.ยืนยัน เครื่องจีที 200 มีประสิทธิภาพ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันการทำงานของเครื่องจีที 200 มีประสิทธิภาพทำงานสำเร็จมากกว่าข้อผิดพลาด พร้อมให้ความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ( 26 ม.ค ) สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน พันเอกบรรพต พูลเพียร หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงกรณีการใช้เครื่องมือ จีที 200 (GT 200)ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า เครื่อง จีที 200 ที่นำมาประจำการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2549 มีจำนวน 535 เครื่อง ปัจจุบันเครื่องดังกล่าวเป็นที่สงสัยของทุกฝ่าย และได้มีการนำเสนอผ่านสื่อมวลชนแล้วหลายครั้ง รวมทั้งคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ก็ได้เรียกให้เข้าไปชี้แจงและทำการทดสอบ จึงขอชี้แจงในฐานะเป็นหน่วยที่ใช้เครื่องมือ แต่ไม่ได้เป็นหน่วยจัดหา ถึงขั้นตอนการทำงานของเครื่องมือนี้ว่า

พรรคเพื่อไทย เรียกร้องนายกฯปรับ ครม.โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ และความมั่นคง

พรรค เพื่อไทย เรียกร้องนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสครบรอบ 1 ปี การบริหารประเทศ ปรับคณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ และความมั่นคง เพื่อปรับภาพลักษณ์ และต่ออายุรัฐบาล ( 1 ธ.ค.)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในรอบเกือบ 1 ปี ถือว่ายังไร้ผลงาน และมีการบริหารงานที่ล้มเหลวในหลายกระทรวง โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจที่ยังมีปัญหาความเป็นเอกภาพ และทีมด้านความมั่นคง ที่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาภาคใต้ และการเร่งรัดคดีสำคัญ เช่น การยึดทำเนียบรัฐบาล และสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสครบรอบ 1 ปี การบริหารประเทศ ปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ และเป็นการต่ออายุของรัฐบาล

ใช้กม.มั่นคงฯหลาย ๆ ครั้งกระทบภาพลักษณ์

ผู้ สื่อข่าวรายงานวันนี้ (31 ส.ค.) ว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการกองทัพบก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบ.ชน. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะ โฆษก ศอ.รส. พร้อมด้วยหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือกันอย่าง พร้อมเพียง

สุเทพ ปิดปากพูดให้น้อยลง

วันนี้(20 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดีต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยกล่าวเพียงว่า เดี๋ยวคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจะแถลงให้ทราบเอง ในช่วงเวลาที่ทุกอย่างยังต้องทำงานอยู่ก็ควรจะฟังการแถลงที่เป็นทางการจาก ที่เดียว เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน เพราะถ้าต่างคนต่างพูด ต่างให้สัมภาษณ์จะเกิดความสับสนได้ ซึ่งทางโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะแถลงทุกเรื่องให้ประชาชนทราบเป็นระยะตามความจำเป็น เมื่อถามว่าถึงข้อเสนอให้ปรับหน่วยงานด้านความมั่นคงใหม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นี่ก็เป็นตัวอย่างของความสับสนอีกเรื่องหนึ่ง ความจริงไม่มีการเสนอความคิดนี้ และตนคงจะไม่พูดตอบโต้การพูดจาของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะไม่ต้องการให้เกิดข้อโต้แย้งอะไรกัน แต่ในฐานะที่ตนรับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงก็จะพยายามดูแลให้ทุกคน และทุกภาคส่วนได้ทำงานเต็มที่



Advertiser



Page 1 of 3123