พาณิชย์ สั่งเพิ่มคุมเข้มการตกแต่งบัญชี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งเพิ่มคุมเข้มการตกแต่งบัญชี หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ( 25 ก.พ.)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานสัมมนา ปัญหาและแนวทางในการจัดทำงบการเงินให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานการบัญชี ว่า ได้มีผู้เข้าร่วมสัมนามากกว่า 1,800 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนจากสำนักผู้ตรวจบัญชี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ได้รับการอนุญาตให้ตรวจสอบบัญชีทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมามักจะมีปัญหาระบบบัญชี 2 เล่ม ที่มีการตกแต่งตัวเลขของบัญชี ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญาและทางแพ่ง รวมถึงการยึดใบอนุญาตผู้ตรวจสอบบัญชีเป็นเวลา 5 ปี
ตรวจสอบคณะบุคคลแต่งบัญชีเลี่ยงภาษี
เมื่อ วันที่ 5 เม.ย. นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า หลังจาก ที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง มอบหมายนโยบายให้กรมฯ เร่งรัดตรวจสอบคณะบุคคลเทียม ตบแต่งบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษีนั้น ในเดือนเม.ย.นี้ กรมฯ เตรียมจัดส่งใบแจ้งเตือนไปยังคณะบุคคลที่จัดตั้งขึ้นรวมกว่า 4 หมื่นรายทั่วประเทศ เพื่อขอข้อมูลว่า จัดตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด เพื่อดำเนินธุรกิจจริงหรือเพื่อเลี่ยงภาษี และสร้างรายจ่ายที่เป็นเท็จ และมั่นใจว่าหลังการดำเนินการดังกล่าว จะแยกได้ระหว่างคณะบุคคลจริงหรือ เทียม และจะส่งผลให้อุดช่องโหว่การจัดเก็บรายได้ของกรมฯได้มากขึ้น”เมื่อตรวจสอบและแบ่งแยกได้ว่า คณะบุคคลใดเป็นของแท้หรือตั้งใจจัดตั้งขึ้น เลี่ยงภาษี กลุ่มคณะบุคคลปลอม ต้องหยุดดำเนินกิจการทันที ไม่เช่นนั้นกรมสรรพากรจะเดินหน้าเอาผิดเต็มที่ แต่สำหรับที่ผ่านมาก็จะให้แล้วกันไปไม่ไปย้อนหลังเอาผิดอีก”
กรณ์ ดิ้นขุดสมบัติเก่าโปะคลังหลวง สั่งแต่งบัญชีทรัพย์สินประเทศใหม่-หวังอัพเครดิต
นาย กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังไปตรวจสอบว่าแต่ละหน่วยงานมี การครอบครองทรัพย์สินหรือถือหุ้นในบริษัทใดมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะกรมบัญชีกลางที่มีการถือหุ้นบริษัทตั้งแต่เกิดวิกฤตปี”40 เนื่องจากมีหน้าที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ และในปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจึงต้องทบทวนดูความเหมาะสมว่ายังมีความ จำเป็นที่จะถือครองหุ้นบริษัทต่างๆ ไว้หรือไม่ “ทรัพย์สินของประเทศ โดยรวมมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ยังไม่มีความชัดเจนในการทำบัญชีมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง ซึ่งหากนำมาคำนวณความมั่งคั่งของประเทศแล้วจะพบว่ามีมูลค่าที่สูงกว่ามาก จะส่งผลให้เครดิตของประเทศไทยที่ดีอยู่แล้วแท้จริงดีกว่านั้น และหากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่ามีอะไรบ้างก็จะมีประโยชน์และสามารถนำ ทรัพย์สมบัตินั้นมาใช้อย่างคุ้มค่ากับเจ้าของทรัพยากรเหล่านั้นซึ่งก็คือ ประชาชนคนไทย” นายกรณ์กล่าว นายกรณ์ ยังกล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย ว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อกำหนดแผนปฏิรูปสู่การพัฒนาตลาดทุนไทยนำไปสู่การ เปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในทุกมิติครั้งใหญ่ หรือบิ๊กแบงก์ โดยการเดินหน้าเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงตลาดทุนกับ ประชาชนและเป็นแหล่งระดมทุนของผู้ประกอบการทุกระดับ
ผงะ! รถกระดาษ เอส.อี.ซี. กรมศุลกากรแฉไม่มีรถหรูหายในคลังสินค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานจากผู้บริหารระดับสูงกรมศุลกากรว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร หลังบริษัท เอส.อี.ซี. ออโต้เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ SECC หรือ เอส.อี.ซี. กรุ๊ป ผู้นำในธุรกิจนำเข้ารถยนต์อิสระ หรือเกรย์มาร์เก็ต แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า รถยนต์ของบริษัทหายไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ศุลกากรจำนวนมากถึง 476 คัน โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า รถยนต์ที่จอดอยู่ในคลังสินค้าไม่เคยหายแม้แต่คันเดียว เพราะรถยนต์ที่นำเข้าทุกคันมีเจ้าของที่เป็นตัวตนที่ชัดเจน และหากชำระภาษีนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้นำเข้าก็จะสามารถนำรถออกจากคลังสินค้าได้ทันที นอกจากนี้ กรณีของบริษัท เอส.อี.ซี.นั้น เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว พบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้มีการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศมานานหลายเดือนแล้ว จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่มีรถยนต์ของบริษัทติดค้างอยู่ในคลังสินค้า เนื่องจากการสั่งรถยนต์จากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศนั้น มีต้นทุนสูงคันละหลายล้านบาท หากนำเข้ามาแล้วจำหน่ายไม่ได้ก็จะกลายเป็นภาระหนักของผู้ประกอบการ ดังนั้น การสั่งรถยนต์เข้ามาจำหน่ายในประเทศจะมีคำสั่งซื้อ หรือมียอดจองซื้อจากลูกค้าอย่างชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรยืนยันว่า หลักฐานที่บริษัท เอส.อี.ซี.โชว์ว่า รถยนต์ทั้ง 476 คัน เป็นของบริษัทนั้น เป็นเพียงแค่ภาพถ่ายรถยนต์จอดอยู่ที่คลังสินค้า หรือตามท่าเรือต่างๆ เท่านั้นเอง
จับผจก.ประกันชีวิต โกง50ล.ใช้หนี้บอล
กองปราบฯ รวบตัวผู้ต้องหาโกง 50 ล้านบริษัทประกันชีวิตชื่อดัง เผยเป็นอดีตผจก.ฝ่ายบริหารบริษัทวิริยะซัพพลาย ในเครือวิริยะประกันภัย ถูกบริษัทแจ้งจับฐานยักยอกเงินตบแต่งบัญชีเป็นค่าสั่งซื้อในกิจการบริษัท แล้วโอนเงินเข้าบัญชีตัวเองรวมเกือบ 50 ล้านบาทแล้วหลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อปี”50 สารภาพโกงไปใช้หนี้พนันฟุตบอลและซื้อรถหรูมาขับ เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.วิชิต ปักษา ผกก.ฝป.2 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.ขวัญพิชัย มะโนเจริญทรัพย์ สว.ฝป.2 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายทศพล หรือ สุรศักดิ์ หรือ วิสิทธ์ ซื่อตรง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143/2 หมู่ 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือที่ จ. 2677-2678/2550 ลงวันที่ 19 พ.ย.50 ข้อหาฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่ถนนหน้าวินเพลซอพาร์ทเม้นท์ ซอยพหลโยธิน 52 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. [...]
