ราคาทองคำทำสถิติใหม่ ค่าเงินบาทแข็ง ธปท. ยอมรับ อาจต้องแทรกแซงค่าเงินบาท

ค่าเงินบาทแข็งเร็วเกินไป เตือนปชช.ทำประกันความเสี่ยงค่าบาท และอย่าเก็งกำไร หลังพบส่งออกทองไปขายต่างประเทศ หลังราคาพุ่ง ก่อนขนเงินกลับ กดดันค่าเงินแข็ง
(8 ต.ค)สำนักข่าวแห่งชาติรายงาน นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่กำลังผันผวนและแข็งค่า อย่างรวดเร็ว ภายหลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างมาก ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยได้พยายามเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเห็นว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินกว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งนี้อยากแนะนำให้ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ทำประกันความเสี่ยงไว้ทั้งสองด้าน เพราะมีแนวโน้มว่าสกุลเงินบาทจะไม่แข็งค่าด้านเดียว ส่วนสาเหตุที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่องมาจากหลายปัจจัย เช่น เงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ที่มีเงินไหลเข้ามาแล้ว 60,000 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วที่มีเงินไหลเข้ามาเพียง 16,000 ล้านบาท และไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ ประกอบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังมีทิศทางอ่อนค่า ประกอบกับในช่วงนี้ราคาทองในตลาดโลกพุ่งทำสถิติสูงสุด ทำให้นักลงทุนรายย่อยส่งออกทองคำเป็นจำนวนมาก

แบงก์ชาติทุ่มกว่า 4.8 หมื่นล.แซงให้บาทอ่อน

วันนี้ (3 ก.ค.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขทุนสำรองทางการะหว่างประเทศ ล่าสุด ณ วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าอยู่ที่ระดับ 121,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เนื่องจากมีเงินไหลออกของระบบธนาคารพาณิชย์ จากการขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และการซื้อประกันความเสี่ยงล่วงหน้าของผู้ส่งออก ซึ่งมองว่าแนวโน้มค่าเงินบาทในช่วงปลายเดือนมิ.ย.จะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยค่าเงินบาทในวันที่ 26 มิ.ย.อยู่ที่ 34.05-34.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ธปท.รับแทรกแซง บาทแข็งค่า แนะส่งออกปรับตัว

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในวันนี้ (3 มิ.ย.) ค่าเงินบาทได้แข็งค่าที่สุด ในรอบ 8 เดือน โดยอยู่ที่ 34.03 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ ธปท.เห็นใจผู้ส่งออก แต่การดูแลค่าเงินบาทนั้น นอกเหนือจากการดูแลภาคการส่งออกแล้ว ธปท.ต้องดูแลการนำเข้า และภาคประชาชน รวมถึงเรื่องเสถียรภาพของราคาน้ำมันในระดับหนึ่งด้วย ขณะที่การแยกตลาดเงินบาทออกเป็น 2 ตลาด ตามการเสนอความคิดเห็นของภาคเอกชนนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากค่าเงินบาทควรจะมีราคาเดียว และเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด นอกจากนี้ การใช้วิธีบังคับให้เงินอ่อนค่า โดยทางการประกาศว่าจะทำนั้น น่าจะไม่ใช่วิธีที่ดีในการช่วยเหลือผู้ส่งออก เพราะทุกประเทศจะทำอย่างเดียวกัน ดังนั้น นอกเหนือจากการขอให้ ธปท.ดูแลเรื่องการลดความผันผวน ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ ธปท.แล้ว ผู้นำเข้าและส่งออกต้องปรับตัวด้วย และต้องหาทางป้องกันความเสี่ยงของตนเองด้วย



Advertiser



Page 1 of 11